Peter Rabbit English Garden เปิด 11 เม.ย. 2026 ที่ Fuji Motosuko Resort จุดถ่ายรูปภูเขาไฟฟูจิใหม่ที่มองเห็นทั้งสวนและฟูจิจากหอคอยเดียว
※บทความนี้จัดทำจากข้อมูล ณ วันที่ 8 เมษายน 2026 ช่วงเวลาเปิดให้เข้าชม ค่าเข้าชม การเดินทาง และเงื่อนไขการเข้าชมอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการและช่องทางทางการก่อนเดินทาง
※บทความนี้เขียนสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่กำลังเที่ยวญี่ปุ่นหรือมีแผนจะไปญี่ปุ่น โดยสรุปจากมุมมองของผู้เดินทางจริง ไม่ใช่ข้อมูลทางการโดยตรง ดังนั้นก่อนตัดสินใจขั้นสุดท้ายควรเช็กประกาศจากผู้จัดอีกครั้ง
- บทความนี้เหมาะกับใคร
- Peter Rabbit English Garden คืออะไร
- ไฮไลต์ที่ควรรู้|หอคอยชมวิวที่เห็นทั้งสวนและฟูจิพร้อมกัน
- ทำไมที่นี่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวไทย
- ภายในมีอะไรบ้าง
- ใครที่วางแผนเที่ยวฟูจิควรอ่านต่ออะไรบ้าง
- ข้อควรรู้สำหรับนักท่องเที่ยว
- ช่วงเวลาเปิดและค่าเข้าชมเบื้องต้น
- การเดินทางและที่ตั้ง
- ลิงก์ทางการ
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- สรุป
- บทความที่เกี่ยวข้อง
บทความนี้เหมาะกับใคร
- คนที่กำลังหาจุดถ่ายรูปภูเขาไฟฟูจิแบบใหม่ในทริปฤดูใบไม้ผลิปี 2026
- คนที่ไปเที่ยวโซนคาวากุจิโกะหรือทะเลสาบรอบฟูจิ และอยากเพิ่มอีก 1 จุดที่มีทั้งสวน ดอกไม้ และคาเฟ่
- คนที่อยากรู้ก่อนว่าไปเองยากไหม มีภาษาอังกฤษไหม และไฮไลต์หลักอยู่ตรงไหน
ถ้าพูดถึงการเที่ยวภูเขาไฟฟูจิ หลายคนมักเริ่มจากโซนคาวากุจิโกะก่อน และสถานที่นี้ก็อยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยวฝั่งฟูจิ-คาวากุจิโกะเช่นกัน จึงเป็นจุดที่ต่อทริปได้ค่อนข้างง่ายสำหรับคนที่อยากเพิ่ม “อีกหนึ่งมุมถ่ายรูปฟูจิ” นอกเหนือจากจุดคลาสสิกเดิม ๆ
อีกจุดที่น่าสนใจคือ Peter Rabbit แม้จะมีต้นกำเนิดจากอังกฤษ แต่ในญี่ปุ่นก็เป็นคาแรกเตอร์ที่คนรู้จักกันมานานมาก จึงเป็นสถานที่ที่ให้บรรยากาศแบบอังกฤษ แต่ก็ยังเข้ากับทริปญี่ปุ่นได้อย่างไม่แปลกแยก
สรุปสั้น ๆ ก่อนอ่านต่อ
- เปิดฤดูกาลปี 2026 ตั้งแต่ 11 เมษายน ถึง 23 พฤศจิกายน 2026 (ตามแผน)
- จุดเด่นที่สุดคือ หอคอยสูงประมาณ 8 เมตร ที่มองเห็นทั้งสวนและภูเขาไฟฟูจิในเฟรมเดียว
- เหมาะมากสำหรับคนที่ไปเที่ยวแถวคาวากุจิโกะและอยากได้ภาพฟูจิที่มีบรรยากาศนุ่ม ๆ น่ารักกว่าจุดถ่ายรูปมาตรฐาน
Peter Rabbit English Garden คืออะไร
Peter Rabbit English Garden เป็นสวนสไตล์อังกฤษขนาดใหญ่ใน Fuji Motosuko Resort ที่รวมทั้งสวนดอกไม้ ทางเดินธีมเรื่องราวของ Peter Rabbit คาเฟ่ ร้านค้า และมุมชมวิวฟูจิไว้ในพื้นที่เดียว
ความน่าสนใจของที่นี่ไม่ใช่แค่ “สวนสวย” อย่างเดียว แต่เป็นการผสมกันของ 3 อย่าง คือ โลกของ Peter Rabbit + วิวสวนแบบอังกฤษ + ภูเขาไฟฟูจิ จึงเหมาะมากกับนักท่องเที่ยวที่อยากได้รูปฟูจิที่ดูละมุนและแตกต่างจากจุดถ่ายรูปเดิม ๆ
ไฮไลต์ที่ควรรู้|หอคอยชมวิวที่เห็นทั้งสวนและฟูจิพร้อมกัน
จุดที่ควรยกขึ้นมาเป็นตัวขายหลักของบทความนี้คือ The Tower หรือหอคอยชมวิวของสวน
จากความสูงประมาณ 8 เมตร คุณจะมองเห็นแนวสวนอยู่ด้านหน้าและภูเขาไฟฟูจิอยู่ด้านหลังในมุมเดียวกัน ทำให้ภาพที่ได้ไม่ใช่แค่ “ฟูจิอย่างเดียว” หรือ “สวนอย่างเดียว” แต่เป็นภาพที่มีทั้งบรรยากาศของสถานที่และวิวภูเขาในเฟรมเดียว
สำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่อยากหามุมใหม่ ๆ ของฟูจิ ที่นี่จึงน่าสนใจกว่ามุมมาตรฐานบางแห่ง เพราะให้โทนภาพที่ดูอบอุ่น น่ารัก และถ่ายง่ายสำหรับคนที่อยากได้รูปแบบสวนอังกฤษในญี่ปุ่น
ทำไมที่นี่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวไทย
- อยู่ในโซนเที่ยวฟูจิฝั่งคาวากุจิโกะ
ถ้าคุณมีแผนเที่ยวแถว Kawaguchiko อยู่แล้ว ที่นี่เป็นจุดที่ต่อเพิ่มได้ค่อนข้างเป็นธรรมชาติ - Peter Rabbit ไม่ใช่คาแรกเตอร์ที่ญี่ปุ่นไม่รู้จัก
แม้จะมีรากจากอังกฤษ แต่ในญี่ปุ่นก็เป็นตัวละครที่คนคุ้นเคยมานาน ทำให้สถานที่นี้มีทั้งความเป็นอังกฤษและความเข้ากับวัฒนธรรมท่องเที่ยวในญี่ปุ่น - มีทั้งสวน คาเฟ่ และร้านค้า
ไม่ใช่จุดแวะถ่ายรูปอย่างเดียว แต่สามารถใช้เวลาเดินเล่นและพักผ่อนได้จริง - เหมาะกับคนที่อยากได้รูปฟูจิแนว soft / cute / garden
ถ้าอยากได้ฟีลต่างจากมุมเจดีย์ มุมริมทะเลสาบ หรือมุมถนนทั่วไป ที่นี่ตอบโจทย์มากกว่า
ภายในมีอะไรบ้าง
- The Garden สวนอังกฤษที่มีต้นไม้และดอกไม้ประมาณ 300 ชนิด
- Story Trail ทางเดินที่พาเข้าไปในบรรยากาศของเรื่อง Peter Rabbit
- The Cafe คาเฟ่ที่ได้กลิ่นอายอังกฤษและมีเมนูที่เชื่อมกับโลกของเรื่อง
- The Shop & Gallery โซนซื้อของและดูคอนเทนต์เกี่ยวกับ Peter Rabbit
- The Tower หอคอยชมวิวที่เป็นจุดถ่ายรูปหลักของสวน
ใครที่วางแผนเที่ยวฟูจิควรอ่านต่ออะไรบ้าง
ถ้าคุณกำลังวางแผนเที่ยวรอบภูเขาไฟฟูจิ บทความนี้อาจไม่ใช่แค่เรื่อง “สวนดอกไม้” อย่างเดียว แต่เป็นหนึ่งในไอเดียการจัดทริปโซนฟูจิ-คาวากุจิโกะด้วย
เช่น ถ้าคุณอยากขยายทริปจากฝั่งยามานาชิไปสัมผัสบรรยากาศอีกด้านของภูเขาไฟฟูจิ ฝั่งชิซุโอกะก็มีเสน่ห์ต่างออกไป โดยเฉพาะอาหารทะเลท้องถิ่นอย่างชิราสุ ลองดูบทความนี้ประกอบได้
ร้านอาหารชิราสุในชิซุโอกะ 2026|ถ้าอยากเที่ยวฝั่งฟูจิอีกมุม ควรลองอะไรบ้าง
ส่วนคนที่อยากขับรถเที่ยวเองเพื่อเก็บจุดชมวิวหลายแห่งใน 1 วัน การเช่ารถก็เป็นอีกตัวเลือกที่ช่วยให้เที่ยวโซนรอบฟูจิได้ยืดหยุ่นกว่าเดิม โดยเฉพาะสำหรับครอบครัวหรือคนที่มีสัมภาระเยอะ บทความนี้ช่วยดูภาพรวมได้
เช่ารถเที่ยวญี่ปุ่น 2026|Lexus / Toyota Rent a Car เหมาะกับทริปแบบไหน
และถ้าคุณเป็นสายดอกไม้ ฤดูใบไม้ผลิและต้นฤดูร้อนในญี่ปุ่นยังมีจุดชมดอกไม้หลายแบบให้ต่อยอดทริปได้อีก เช่น Flower Carpet ในโตเกียว, การเช็กพยากรณ์ซากุระ, เนโมฟีลาที่โอซาก้า หรือสวนพฤกษศาสตร์ใหม่ในชิบะ ซึ่งสามารถใช้เป็นไอเดียสำหรับทริปครั้งถัดไปได้เช่นกัน
ข้อควรรู้สำหรับนักท่องเที่ยว
- มีหน้าอังกฤษ แต่ยังไม่เห็นหน้าไทย
ณ วันที่เขียน เว็บไซต์ทางการมีภาษาญี่ปุ่น อังกฤษ และจีนตัวเต็ม - ไม่ได้อยู่ในโตเกียว
ควรวางแผนเป็นทริปฝั่งฟูจิหรือคาวากุจิโกะ ไม่ใช่แวะสั้น ๆ ระหว่างเที่ยวเมือง - ช่วงเทศกาลดอกไม้คนอาจเยอะ
โดยเฉพาะช่วงเดียวกับ Fuji Shibazakura Festival ควรเผื่อเวลาเดินทางและเช็กข้อมูลการเข้าพื้นที่ก่อน - อากาศแถวภูเขาอาจเย็นกว่าที่คิด
แม้จะเป็นฤดูใบไม้ผลิ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวจากไทย แนะนำให้พกเสื้อคลุมบางไปด้วย
ถ้าคุณยังไม่มั่นใจเรื่องการต่อรถไฟหรือรถบัสในญี่ปุ่น แนะนำให้อ่านบทความนี้ควบคู่กันก่อนเดินทาง
【อัปเดต 2026】เที่ยวญี่ปุ่นด้วยรถไฟ ควรใช้แค่ Google Maps พอไหม? วิธีใช้แอปเปลี่ยนสายและแอปทางการรถไฟให้เหมาะกับสถานการณ์
ช่วงเวลาเปิดและค่าเข้าชมเบื้องต้น
ช่วงเวลาเปิดฤดูกาล 2026 (ตามแผน)
11 เมษายน 2026 - 23 พฤศจิกายน 2026
ค่าเข้าชมช่วงฤดูใบไม้ผลิ 11 เม.ย. - 24 พ.ค.
ผู้ใหญ่ 1,000 - 1,300 เยน
เด็ก 500 - 700 เยน
ช่วงฤดูใบไม้ผลิใช้ระบบค่าเข้าชมเดียวกับ Fuji Shibazakura Festival และรายละเอียดราคาอาจเปลี่ยนตามวัน จึงควรเช็กปฏิทินราคาในเว็บไซต์ทางการก่อนออกเดินทาง
การเดินทางและที่ตั้ง
สถานที่
Fuji Motosuko Resort
212 Motosu, Fujikawaguchiko-machi, Minamitsuru-gun, Yamanashi
- จาก Kawaguchiko Station
มีข้อมูลการเดินทางโดยรถบัสจากฝั่งคาวากุจิโกะ และในบางช่วงมีรถตรงไปยังงาน - ช่วงจัดงานดอกไม้
มีรถบัสที่เข้าถึงพื้นที่จัดงานโดยตรงในบางช่วง - นอกช่วงงานหลัก
ต้องลงป้าย “Kenkai / 県境” แล้วเดินต่อประมาณ 20 นาที
ลิงก์ทางการ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ใช่ ที่นี่อยู่ในพื้นที่ Fuji Motosuko Resort ฝั่ง Fujikawaguchiko และมักถูกจัดอยู่ในกรอบการท่องเที่ยวภูเขาไฟฟูจิรอบคาวากุจิโกะเช่นกัน จึงเหมาะกับคนที่วางแผนเที่ยวฟูจิอยู่แล้ว
จุดเด่นที่สุดคือหอคอย The Tower ที่สูงประมาณ 8 เมตร เพราะสามารถมองเห็นทั้งสวนและภูเขาไฟฟูจิในมุมเดียวกัน เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้รูปฟูจิที่มีบรรยากาศของสวนอยู่ด้วย
มี เว็บไซต์ทางการมีภาษาญี่ปุ่น อังกฤษ และจีนตัวเต็ม ณ วันที่เขียนยังไม่พบหน้าไทย ดังนั้นนักท่องเที่ยวไทยควรใช้หน้าอังกฤษเป็นหลัก
Peter Rabbit มีต้นกำเนิดจากอังกฤษก็จริง แต่ในญี่ปุ่นเป็นคาแรกเตอร์ที่คนรู้จักมานาน หนังสือภาษาญี่ปุ่นตีพิมพ์มาตั้งแต่ปี 1971 จึงไม่ใช่ธีมที่คนญี่ปุ่นรู้สึกแปลกใหม่เกินไป และทำให้สถานที่นี้เข้ากับการท่องเที่ยวในญี่ปุ่นได้ดี
ควรเช็ก 3 เรื่องคือ 1) วันที่เปิดจริงและปฏิทินราคา 2) เส้นทางรถบัสในวันที่คุณจะไป 3) ว่าตรงกับช่วง Fuji Shibazakura Festival หรือไม่ เพราะช่วงงานหลักการเดินทางและจำนวนคนอาจต่างจากวันปกติ
สรุป
ถ้าคุณกำลังมองหาจุดถ่ายรูปภูเขาไฟฟูจิใหม่สำหรับทริปปี 2026 และอยากได้บรรยากาศที่ไม่เหมือนมุมคลาสสิกเดิม ๆ Peter Rabbit English Garden ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะมีทั้งสวนอังกฤษ คาเฟ่ คาแรกเตอร์ที่คนญี่ปุ่นคุ้นเคย และวิวฟูจิที่ดูสวยจากมุมสูง
โดยเฉพาะคนที่วางแผนเที่ยวโซนคาวากุจิโกะอยู่แล้ว ที่นี่เป็นสถานที่ที่เพิ่มเข้าไปในทริปได้ค่อนข้างง่าย และหอคอยชมวิวก็เป็นเหตุผลเพียงพอให้แวะมาเพื่อถ่ายรูปจริง ๆ
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ร้านอาหารชิราสุในชิซุโอกะ 2026|ถ้าอยากเที่ยวฝั่งฟูจิอีกมุม ควรลองอะไรบ้าง
- เช่ารถเที่ยวญี่ปุ่น 2026|Lexus / Toyota Rent a Car เหมาะกับทริปแบบไหน
- TOKYO FLOWER CARPET 2026|มุมดอกไม้กลางเมืองโตเกียวที่ถ่ายรูปสวย
- พยากรณ์ซากุระโทโฮคุ เมษายน 2026|ช่วงไหนยังทันดูดอกไม้
- รวมเว็บไซต์เช็กพยากรณ์ซากุระญี่ปุ่น 2026 ที่ควรรู้ก่อนวางแผน
- Nemophila Festival 2026 ที่โอซาก้า|อีกหนึ่งจุดชมดอกไม้ยอดนิยมของญี่ปุ่น
- BOTANICA MUSEUM เปิดที่ชิบะ 2026|พิพิธภัณฑ์และสวนพฤกษศาสตร์แห่งใหม่
- 【อัปเดต 2026】เที่ยวญี่ปุ่นด้วยรถไฟ ควรใช้แค่ Google Maps พอไหม? วิธีใช้แอปเปลี่ยนสายและแอปทางการรถไฟให้เหมาะกับสถานการณ์
- 【อัปเดต 2026】แตะบัตรเครดิตผ่านประตูรถไฟในคันโตได้แล้ว ใช้ยังไง และต้องระวังอะไรบ้าง

