จากโตเกียวก็ไปได้! 4 ระบบขนส่งสาธารณะสุดแปลกรอบเขตเมืองหลวงญี่ปุ่น ทั้งรถรางและโมโนเรลแบบแขวน

※บทความนี้อ้างอิงข้อมูล ณ มีนาคม 2026 ตารางเดินรถ เวลาเปิดทำการ ค่าโดยสาร บัตรโดยสารแบบเหมาจ่าย และสถานะการเปิดให้บริการของแต่ละสถานที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ก่อนเดินทางควรตรวจสอบเว็บไซต์ทางการอีกครั้ง

รอบโตเกียวไม่ได้มีแค่ JR รถไฟใต้ดิน หรือรถไฟสายหลักเท่านั้น แต่ยังมี ระบบขนส่งสาธารณะที่ “แค่นั่งก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของทริป” อยู่ด้วย ภายในโตเกียวเองมีทั้ง Tokyo Sakura Tram (Toden Arakawa Line) และ Tokyu Setagaya Line ที่ให้บรรยากาศรถรางแบบญี่ปุ่น ส่วนถ้าออกไปไกลขึ้นอีกนิด ก็จะได้ลองนั่ง โมโนเรลแบบแขวน อย่าง Shonan Monorail และ Chiba Urban Monorail ที่ดูแปลกตากว่าระบบขนส่งทั่วไปมาก

สำหรับคนที่รู้สึกว่าการนั่งรถไฟธรรมดาในโตเกียวอาจยังไม่พิเศษพอ หรืออยากใส่ “ประสบการณ์การเดินทางที่ไม่เหมือนเดิม” เข้าไปในแผนเที่ยวญี่ปุ่น บทความนี้จะคัด 4 ระบบขนส่งที่ลองได้ง่ายในเขตมหานครโตเกียว พร้อมจุดเด่น สถานที่แวะตามแนวเส้นทาง และแนวทางเลือกให้เหมาะกับสไตล์การเที่ยวของแต่ละคน

Instagram

435 likes, 2 comments - chiba_monorail on March 15, 2026: "久しぶりの投稿です。ご&#x3076…

Contents

รอบโตเกียวยังมี “ขนส่งสาธารณะที่ตั้งใจไปนั่งโดยเฉพาะ” อยู่จริง

เวลาพูดถึงการเดินทางในโตเกียว หลายคนมักนึกถึง JR, Tokyo Metro, Toei Subway หรือรถไฟสายเอกชนที่ใช้เดินทางเข้าเมืองเป็นหลัก ซึ่งแน่นอนว่าสะดวกมาก แต่ในเขตเมืองหลวงญี่ปุ่นยังมีระบบขนส่งที่ ทั้งหน้าตา ความรู้สึกเวลาโดยสาร และความใกล้ชิดกับบรรยากาศเมืองแตกต่างจากรถไฟทั่วไปอย่างชัดเจน อยู่ด้วย

บทความนี้จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก กลุ่มแรกคือ รถราง ที่วิ่งใกล้ถนนและให้ความรู้สึกเหมือนนั่งชมชีวิตประจำวันของเมืองไปพร้อมกัน อีกกลุ่มคือ โมโนเรลแบบแขวน ที่ตัวรถห้อยอยู่ใต้ราง ทำให้ภาพที่เห็นและมุมมองระหว่างทางแตกต่างจากรถไฟยกระดับหรือรถไฟใต้ดินแบบชัดเจน ถึงจะไม่ใช่สายรถไฟสำหรับคนชอบรถไฟโดยเฉพาะ ก็ยังสนุกได้ง่าย

ถ้าคุณยังสับสนว่าแต่ละสายอยู่คนละบริษัทอย่างไร หรือบัตรแบบไหนมักใช้ได้กับเส้นทางใดก่อนเริ่มวางแผน แนะนำให้อ่านคู่กับ บทความเรื่องสีของสายรถไฟและขอบเขตตั๋ว และ คู่มือบัตรโดยสารแบบวันเดียวในโตเกียว ก่อน จะช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้นว่าทำไมเส้นทางแบบรถรางหรือสายเอกชนบางสายจึงไม่เหมือนรถไฟหลักในเมือง

เริ่มจากในโตเกียวก่อน กับวัฒนธรรมรถรางแบบญี่ปุ่น

ถ้าอยากเริ่มจากอะไรที่เข้าถึงง่ายก่อน แนะนำให้ลองเส้นทางรถรางที่ยังเหลืออยู่ในโตเกียว ความน่าสนใจของรถรางคือมันไม่ได้พาเราไปถึงจุดหมายอย่างเดียว แต่ยังทำให้เราได้เห็นเมืองในจังหวะที่ช้าลงกว่ารถไฟสายหลัก รถรางจึงเหมาะกับคนที่อยาก มองชีวิตประจำวันของเมืองไปตามเส้นทาง ไม่ใช่แค่รีบย้ายจากจุดท่องเที่ยวหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง

Tokyo Sakura Tram (Toden Arakawa Line): เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสบรรยากาศโตเกียวแบบชิตะมาจิ

Arakawa Line เป็นหนึ่งในภาพจำของรถรางโตเกียวที่ยังใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เสน่ห์ของสายนี้อยู่ที่ความย้อนยุคเล็กๆ แต่ไม่ใช่ของโชว์สำหรับนักท่องเที่ยวเท่านั้น เพราะคนท้องถิ่นก็ยังใช้กันอยู่จริง สำหรับนักท่องเที่ยว ความรู้สึกจะออกแนว “ในโตเกียวยังมีภาพแบบนี้เหลืออยู่ด้วยเหรอ” ซึ่งทำให้การนั่งสายนี้แตกต่างจากการนั่งรถไฟเมืองแบบปกติอย่างชัดเจน

จุดเริ่มที่เข้าใจง่ายที่สุดคือ Minowabashi เพราะแค่ลงไปบริเวณสถานีก็เริ่มสัมผัสบรรยากาศเก่าๆ ของย่านนี้ได้ทันที ถ้าอยากเพิ่มกลิ่นอายรถไฟเข้าไปอีกหน่อย ก็สามารถแวะ Toden Omoide Hiroba หรือ Minowabashi Omoide-kan ก่อนหรือหลังขึ้นรถรางได้เช่นกัน

東京都電さんぽ | 東京さくらトラムで行こう

トップページ.東京さくらトラムで行こう

ถ้าอยากให้ทริปเหมาะกับครอบครัวหรืออยากมีจุดแวะที่เข้าใจง่าย แนะนำให้ลงที่ Arakawa-Yuenchimae แล้วต่อไป Arakawa Amusement Park การจัดเส้นทางแบบนี้ทำให้รถรางไม่ได้เป็นแค่ยานพาหนะ แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมเที่ยวแบบครึ่งวันที่เพลินมาก ยิ่งถ้าอยากดูไอเดียสถานที่ตามแนวเส้นทางเพิ่มเติม เว็บไซต์ “東京都電さんぽ” ก็ช่วยให้วางแผนต่อได้ง่ายขึ้น

อีกวิธีที่ใช้งานง่ายสำหรับนักท่องเที่ยวคือเริ่มที่ Otsuka-ekimae เพราะเป็นจุดที่เชื่อมกับ JR Yamanote Line ได้สะดวกมาก ถ้าคุณกำลังเที่ยวตามแนววงแหวนยามาโนะเตะอยู่แล้ว การแวะมาลองนั่ง Tokyo Sakura Tram จากโซนนี้จะเข้าใจง่ายกว่าการเริ่มจากจุดที่ไกลกว่า

  • เหมาะกับใคร: คนที่อยากสัมผัสโตเกียวแบบโลคัล บรรยากาศชิตะมาจิ และฟีลย้อนยุค
  • จุดแวะที่เข้าคู่กันได้ดี: Minowabashi, Toden Omoide Hiroba, Minowabashi Omoide-kan, Arakawa Amusement Park, Otsuka-ekimae
  • คีย์เวิร์ดเวลานำเสนอ: เรโทร, โตเกียวโลคัล, นั่งชิล, แวะระหว่างทางได้ง่าย

Tokyu Setagaya Line: เหมาะกับคนที่อยากเห็น “โตเกียวในชีวิตจริง” มากกว่าสถานที่ท่องเที่ยวดัง

Setagaya Line ก็เป็นอีกสายที่ให้บรรยากาศคล้ายรถรางและหาไม่ได้บ่อยในโตเกียว เมื่อเทียบกับ Arakawa Line แล้ว สายนี้จะดูเป็นย่านที่อยู่อาศัยมากกว่า มีความโลคัลและสงบกว่า เหมาะกับคนที่ไม่ได้อยากรีบเก็บสถานที่ดังๆ แต่สนใจ โตเกียวอีกแบบที่คนท้องถิ่นใช้ชีวิตกันจริง

ถ้าพูดถึงจุดเด่นตามแนวเส้นทาง สิ่งที่นึกถึงได้ง่ายที่สุดคือ Setagaya Boroichi ตลาดชื่อดังตามฤดูกาลของย่านนี้ ถ้าเดินทางช่วงจัดงานก็เป็นไฮไลต์ที่แข็งแรงมาก ส่วนช่วงเวลาปกติ บริเวณ Kamimachi – Setagaya ก็ยังเป็นย่านที่เดินเล่นแล้วเห็นเสน่ห์ของสายนี้ได้ดี จุดเด่นของ Setagaya Line จึงไม่ใช่ความอลังการ แต่เป็นความสบายๆ และความเป็นเมืองอยู่อาศัยของโตเกียว

สำหรับคนที่ชอบประวัติศาสตร์หรือการเดินย่านเงียบๆ สามารถจับคู่กับ Ooba Residence (Setagaya Daikanyashiki) ได้ด้วย จุดแบบนี้ทำให้ Setagaya Line ไม่ได้เป็นแค่เส้นทางแปลก แต่กลายเป็นทริปเดินเล่นในโตเกียวที่มีคาแรกเตอร์ชัดมาก

ถ้าคุณชอบแนว “นั่งรถ + เดินย่านโลคัล” เหมือนกัน ลองเปิดต่อที่ บทความ Q SKIP และไอเดียเที่ยว Setagaya / Komazawa ได้ด้วย เพราะจะช่วยขยายภาพของย่านฝั่ง Tokyu ให้ชัดขึ้นอีกระดับ

Instagram

154 likes, 0 comments - toden_sakuratabi on March 4, 2026: "色とりどりのバラたちに&#x898…

  • เหมาะกับใคร: คนที่อยากเดินเล่นย่านสงบๆ และมองโตเกียวในมุมที่ไม่ใช่จุดฮิตคนแน่น
  • จุดแวะที่เข้าคู่กันได้ดี: Setagaya Boroichi, ย่าน Kamimachi, Ooba Residence (Setagaya Daikanyashiki)
  • คีย์เวิร์ดเวลานำเสนอ: โลคัล, ชีวิตประจำวัน, โตเกียวแบบสงบ, เหมาะกับสายเดินเล่น

ถ้าออกจากโตเกียวอีกนิด จะได้เจอกับโมโนเรลแบบแขวนที่น่าลองมาก

อีกกลุ่มที่อยากแนะนำคือ โมโนเรลแบบแขวน ซึ่งตัวรถจะห้อยอยู่ใต้ราง ต่างจากโมโนเรลที่หลายคนคุ้นเคยอยู่แล้ว เวลาเห็นของจริงครั้งแรก ความรู้สึกมักจะออกแนว “เหมือนเครื่องเล่น แต่เป็นขนส่งสาธารณะจริงๆ” ทำให้เป็นประสบการณ์ที่ทั้งแปลกและจำง่ายมาก

ในบทความรวมชิ้นนี้ เราเลือก Shonan Monorail เพราะจับคู่กับแผนเที่ยวได้ง่าย และ Chiba Urban Monorail เพราะความแปลกของตัวระบบขนส่งเองชัดมาก ทั้งสองสายยังแยกไปทำเป็นบทความเดี่ยวได้อีกในอนาคตด้วย

Shonan Monorail: นั่งได้ระหว่างไป Enoshima และ Kamakura พร้อมความรู้สึกลอยไปตามทาง

จุดแข็งของ Shonan Monorail คือมันเป็นทั้ง ขนส่งที่แปลกตา และ ใช้งานได้จริงกับเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยม เริ่มจากฝั่ง Ofuna แล้วนั่งไปจนถึง Shonan-Enoshima ได้แบบเข้าใจง่ายมาก ถ้าใครมีแผนไป Enoshima หรือ Kamakura อยู่แล้ว ก็สามารถเปลี่ยนการเดินทางธรรมดาให้กลายเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของวันได้เลย

Instagram

940 likes, 1 comments - shonanmonorail_official on November 19, 2025: ". 紅葉シーズン到来🍂&#x1f341…

ความสนุกของสายนี้ไม่ได้มีแค่ความแปลกของหน้าตา แต่รวมถึงจังหวะการวิ่ง การเลี้ยว และความสูงต่ำของเส้นทางด้วย ทำให้ความรู้สึกระหว่างทางต่างจากรถไฟทั่วไปอย่างชัดเจน สายนี้จึงเหมาะทั้งกับคนที่ชอบวิว เด็กๆ คนที่ชอบรถไฟ หรือแม้แต่คนที่อยากหาคอนเทนต์วิดีโอหรือภาพสวยๆ จากการเดินทาง

เวลาเล่าในบทความ แนะนำให้วางตำแหน่งของ Shonan Monorail เป็น “สิ่งที่ควรลองควบคู่กับทริป Shonan” มากกว่าจะเขียนว่าเป็นแค่พาหนะไปเที่ยว เพราะพอจับคู่กับ Enoshima หรือแผนเที่ยวต่อไป Kamakura แล้ว มันจะดูมีคุณค่ากับนักท่องเที่ยวมากขึ้นทันที

  • เหมาะกับใคร: คนที่มีแผนไป Enoshima หรือ Kamakura และอยากให้การเดินทางเป็นส่วนหนึ่งของความสนุก
  • จุดแวะที่เข้าคู่กันได้ดี: Ofuna, Shonan-Enoshima, เที่ยว Enoshima, เที่ยว Kamakura
  • คีย์เวิร์ดเวลานำเสนอ: โมโนเรลแขวน, ความรู้สึกลอย, วิวระหว่างทาง, เหมาะกับเดย์ทริป

Chiba Urban Monorail: เหมาะที่สุดถ้าอยากไปลอง “ยานพาหนะที่ไม่เหมือนที่เคยนั่ง”

ความน่าสนใจของ Chiba Urban Monorail คือ ต่อให้ไม่ได้ตั้งใจไปเที่ยวชิบะเป็นหลัก ก็ยังคุ้มที่จะนั่ง เพราะ ตัวระบบขนส่งเองคือจุดหมาย ภาพของรถที่แขวนอยู่ใต้รางนั้นแปลกตามาก และความรู้สึกเหมือนลื่นไปเหนือเมืองก็ทำให้มันเป็นหนึ่งในเดย์ทริปที่โดดเด่นที่สุดสำหรับคนที่ชอบลองอะไรไม่เหมือนเดิม

อย่างไรก็ตาม ตามแนวเส้นทางก็ไม่ได้ไม่มีอะไรให้แวะเลย เช่น Chiba Park ที่เหมาะกับการลงไปเดินเล่น ถ่ายรูป หรือพักเบรกเบาๆ ถ้าไปกับครอบครัวก็สามารถจับคู่กับ Chiba Zoological Park ได้ ส่วนใครอยากขยายเป็นทริปครึ่งวัน ก็อาจต่อไปฝั่ง Chiba Minato – Chiba Port Tower ได้เช่นกัน

ถ้าอยากต่อยอดเป็นทริปชิบะแบบมีปลายทางชัดขึ้น ลองดู บทความ BOTANICA MUSEUM ที่ชิบะ ควบคู่กันได้ เพราะช่วยเปลี่ยนการไปนั่งโมโนเรลให้กลายเป็นวันเที่ยวที่มีทั้ง “ขนส่งแปลก” และ “จุดหมายปลายทางใหม่” ในทริปเดียว

ดังนั้น Chiba Urban Monorail จึงเหมาะกับการเขียนในมุม “ไปลองนั่งขนส่งที่หาดูยากระดับโลก” แล้วค่อยเสริมด้วยไอเดียแวะเที่ยวตามทาง ต่างจาก Shonan Monorail ที่เด่นเรื่องเชื่อมกับสถานที่ท่องเที่ยวดัง สายนี้เด่นเพราะความแปลกและประสบการณ์การโดยสารล้วนๆ

  • เหมาะกับใคร: คนที่อยากลองนั่งระบบขนส่งที่ไม่เหมือนเดิมและหาดูได้ไม่บ่อย
  • จุดแวะที่เข้าคู่กันได้ดี: Chiba Park, Chiba Zoological Park, Chiba Minato, Chiba Port Tower, BOTANICA MUSEUM
  • คีย์เวิร์ดเวลานำเสนอ: แปลกระดับโลก, ลอยเหนือเมือง, แวะลงเที่ยวได้, เหมาะกับทริปครึ่งวัน

แล้วควรเริ่มจากสายไหนก่อน? เลือกตามสไตล์การเที่ยวได้เลย

ทั้ง 4 ระบบนี้มีคาแรกเตอร์ต่างกันพอสมควร ถ้ามีเวลาเที่ยวจำกัด การเลือกจาก “จุดประสงค์ของทริป” จะช่วยให้ตัดสินใจง่ายที่สุด

  • อยากเที่ยวให้จบในโตเกียว → Arakawa Line, Setagaya Line
  • อยากจับคู่กับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม → Shonan Monorail
  • อยากนั่งอะไรที่แปลกจริงๆ เป็นหลัก → Chiba Urban Monorail
  • เที่ยวแบบครอบครัวและอยากมีจุดแวะชัดเจน → Arakawa Line, Chiba Urban Monorail
  • ชอบบรรยากาศสงบและการเดินเล่นในย่านโลคัล → Setagaya Line

ไอเดียจัดทริปครึ่งวันถึง 1 วัน

แพลน 1: ครึ่งวันสบายๆ กับรถรางในโตเกียว

สามารถเลือกขึ้น Arakawa Line ช่วงเช้าหรือบ่าย แล้วแวะ Minowabashi หรือ Arakawa Amusement Park แบบเบาๆ ได้ง่ายมาก ถ้าอยากได้บรรยากาศสงบกว่า อาจแยกอีกวันไปลอง Setagaya Line แล้วเดินเล่นแถว Kamimachi หรือย่าน Daikanyashiki ต่อก็เหมาะเช่นกัน

แพลน 2: ใส่ Shonan Monorail เข้าไปในทริป Enoshima – Kamakura

ออกจากโตเกียวตอนเช้า ไปเริ่มที่ Ofuna แล้วนั่ง Shonan Monorail ไปฝั่ง Shonan-Enoshima ก่อนเที่ยว Enoshima และถ้ามีเวลาอาจต่อไป Kamakura ได้อีก เป็นแพลนที่บาลานซ์ระหว่าง “ขนส่งแปลกๆ” กับ “แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม” ได้ลงตัวมาก

แพลน 3: ครึ่งวันสายขนส่งล้วนกับ Chiba Urban Monorail

เริ่มจาก Chiba Station แล้วขึ้นโมโนเรลไปตามเส้นทาง อาจลงที่ Chiba Park หรือไปต่อถึงสถานีใกล้สวนสัตว์ก็ได้ ถ้าอยากเน้นประสบการณ์การนั่งเป็นหลัก ก็สามารถจัดเป็นทริปที่ค่อยๆ นั่งชมวิวและลองแวะตามสถานีอย่างสบายๆ ได้เลย

คำถามที่พบบ่อย

ถ้ามีเวลาแค่ครึ่งวัน ควรเริ่มจากสายไหนดี?

ถ้าอยากเที่ยวแบบง่ายและยังอยู่ในโตเกียว แนะนำให้เริ่มจาก Tokyo Sakura Tram (Toden Arakawa Line) หรือ Tokyu Setagaya Line ก่อน เพราะเดินทางสะดวกและไม่ต้องออกนอกเมืองมาก แต่ถ้าอยากได้ประสบการณ์ที่ดูแตกต่างจากรถไฟทั่วไปชัดเจนกว่า Shonan Monorail ก็เป็นตัวเลือกที่น่าลองมาก โดยเฉพาะถ้ามีแผนไป Enoshima หรือ Kamakura อยู่แล้ว

รถรางกับโมโนเรลแบบแขวน ต่างกันอย่างไร?

รถราง อย่าง Arakawa Line และ Setagaya Line จะให้บรรยากาศใกล้ถนน ใกล้ย่านที่อยู่อาศัย และเหมาะกับการนั่งชมเมืองแบบช้าๆ ส่วน โมโนเรลแบบแขวน อย่าง Shonan Monorail และ Chiba Urban Monorail จะมีจุดเด่นที่ตัวรถห้อยอยู่ใต้ราง ทำให้มุมมองและความรู้สึกขณะโดยสารต่างจากรถไฟทั่วไปมาก เหมาะกับคนที่อยากลองอะไรแปลกใหม่จริงๆ

ถ้าไปกับเด็กหรือครอบครัว สายไหนเหมาะที่สุด?

ถ้าไปแบบครอบครัวและอยากมีจุดแวะที่เข้าใจง่าย Arakawa Line กับ Chiba Urban Monorail จะใช้งานง่ายที่สุด เพราะสามารถจับคู่กับสถานที่อย่าง Arakawa Amusement Park หรือ Chiba Zoological Park ได้สะดวก เด็กๆ มักจะชอบทั้งบรรยากาศรถรางและความแปลกของโมโนเรลแบบแขวน

Shonan Monorail ควรนั่งแบบไปกลับ หรือใช้เป็นส่วนหนึ่งของทริปดี?

ถ้ามีเวลา แนะนำให้ใช้ Shonan Monorail เป็นส่วนหนึ่งของทริป Enoshima หรือ Kamakura มากกว่านั่งเฉยๆ แบบไปกลับ เพราะจุดแข็งของสายนี้คือความแปลกของตัวรถและความเข้ากันได้ดีกับทริปท่องเที่ยวฝั่งโชนัน ทำให้ทั้งการเดินทางและการเที่ยวต่อเนื่องกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ

Chiba Urban Monorail เหมาะกับคนที่ไม่ได้มีแผนเที่ยวชิบะไหม?

เหมาะครับ เพราะ Chiba Urban Monorail เป็นประเภทที่ตัวระบบขนส่งเองคือไฮไลต์ ต่อให้ไม่ได้ตั้งใจไปชิบะเพื่อเที่ยวสถานที่ดังโดยเฉพาะ ก็ยังคุ้มสำหรับคนที่อยากลองนั่งขนส่งแปลกๆ แบบเดย์ทริปครึ่งวัน และถ้าอยากแวะเพิ่มก็ยังมี Chiba Park, Chiba Zoological Park หรือย่าน Chiba Minato ให้ต่อยอดได้

ถ้าอยากเที่ยวเฉพาะในโตเกียว ไม่ออกนอกเมืองเลย ควรเลือกอะไร?

ถ้าอยากให้อยู่ในโตเกียวทั้งหมด ให้เลือก Tokyo Sakura Tram (Toden Arakawa Line) และ Tokyu Setagaya Line เป็นหลัก สองสายนี้เหมาะกับคนที่อยากเพิ่มบรรยากาศการเดินทางแบบญี่ปุ่นโดยไม่ต้องจัดทริปออกไปไกลจากตัวเมือง

สรุป

รอบโตเกียวมีระบบขนส่งสาธารณะที่ทำให้ “การเดินทาง” กลายเป็นส่วนหนึ่งของความสนุกได้จริง ถ้าอยากเริ่มจากอะไรที่ง่ายและอยู่ในเมือง ก็เลือก Arakawa Line หรือ Setagaya Line แต่ถ้าอยากลองอะไรที่เห็นแล้วรู้สึกว่าไม่เหมือนรถไฟทั่วไปแน่นอน Shonan Monorail และ Chiba Urban Monorail ก็น่าสนใจมาก

ถ้าจะเลือกเริ่มจากเพียงหนึ่งอย่างก่อน สายที่เข้าใจง่ายที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวคือ Shonan Monorail เพราะจับคู่กับ Enoshima และ Kamakura ได้ดีมาก ส่วนคนที่อยากได้ความโลคัลในโตเกียวแบบเข้าถึงง่าย Arakawa Line ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเช่นกัน ขณะที่สายขนส่งแปลกๆ แบบจริงจังน่าจะชอบ Chiba Urban Monorail มากที่สุด ลองเลือกให้เข้ากับสไตล์ทริปของตัวเอง แล้วเพิ่มประสบการณ์ใหม่ๆ เข้าไปในทริปญี่ปุ่นครั้งต่อไปได้เลย

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *